คอมมูนิตี้ มอลล์(Community Mall) หรือศูนย์การค้าชุมชน
ทฤษฎี ของธุรกิจค้าปลีกได้จัดฟอร์แมทของ คอมมูนิตี้ มอลล์(Community Mall) หรือศูนย์การค้าชุมชน ในที่นี้ขอยกตัวอย่าง Formats ของ สยามฟิวเจอร์ซึ่งเป็นต้นแบบของคอมมูนิตี้ มอลล์ในเมืองไทย ไว้ใน 6 รูปแบบด้วยกันดังนี้
1. ศูนย์การค้าชุมชน (Neighborhood Shopping Center)
2. ศูนย์สะดวกซื้อ (Convenience Center)
3. ร้านค้าปลีก (Stand-Alone Retail Store)
4. ศูนย์รวมสินค้าเฉพาะอย่าง (Power Center)
5. ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Center)
1. ศูนย์การค้าชุมชน (Neighborhood Shopping Center)
คือ ศูนย์การค้าแบบเปิดขนาดเล็กในละแวกบ้าน
ที่ออกแบบเพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
(Consumer Goods) หรือสิ่งของที่ใช้ประจำวัน มีพื้นที่ประมาณ 3-5 ไร่
และมีขนาดพื้นที่ให้เช่าประมาณ 2,700-14,000 ตารางเมตร
สิ่งดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาที่ศูนย์ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เช่าหลัก
ประเภทซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายยา
นอกเหนือจากนี้ยังมีจะมีร้านค้าปลีกต่างๆ
อยู่ภายในบริเวณศูนย์การค้าชุมชนนี้ประมาณ 15 – 20 ร้าน เช่น ร้านอาหาร
ร้านขายยา ร้านให้เช่าวีดีโอ ร้านซักรีด ร้านทำผม ร้านขายดอกไม้ และธนาคาร
เป็นต้น ศูนย์การค้าชุมชนจะสามารถรองรับผู้บริโภคได้ 2,500 – 40,000
คนต่อวัน ภายในรัศมีประมาณ 3 – 5 กิโลเมตร
2.
ศูนย์สะดวกซื้อ (Convenience Center) คือ
ศูนย์การค้าขนาดเล็กมีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ อยู่ติดถนนใหญ่ หรือซอยหลัก
มีที่จอดรถในบริเวณประมาณ 3-10 คันเท่านั้น มีผู้เช่าพื้นที่ (Tenants) 2-3
ราย เช่น ศูนย์บริการซ่อมและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ (Auto Service Center)
ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) ร้านให้เช่าวีดีโอ และ/หรือ โรงเรียน
เป็นต้น
3.
ร้านค้าปลีก (Stand-Alone Retail Store) คือ ร้านค้าปลีกร้านเดียว
พื้นที่ประมาณ 1/2 ไร่ อยู่ติดถนนใหญ่ หรือซอยหลัก มีผู้เช่าพื้นที่
(Tenant) 1 ราย เช่น ศูนย์บริการซ่อมและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ร้านสะดวกซื้อ
หรือร้านค้าปลีก เป็นต้น
4.
ศูนย์รวมสินค้าเฉพาะอย่าง (Power Center) คือ
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีผู้เช่ารายใหญ่ตั้งแต่ 2
รายขึ้นไปและเป็นร้านค้าที่มีความชำนาญและมีจุดเด่นด้านใดด้านหนึ่ง เช่น
ร้านขายของตกแต่งบ้าน, ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างและตกแต่งบ้าน เป็นต้น
5.
ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Center) คือ
ศูนย์การค้าที่มีผู้เช่าหลักเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต
และมีร้านที่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ได้แก่ โรงภาพยนตร์, โบว์ลิ่ง,
ร้านอาหาร, ร้านเบเกอร์รี่, ร้านขายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม, โรงเรียนดนตรี
และมีพื้นที่เปิดโล่ง
6. ศูนย์บันเทิง ( Urban Entertainment Center)
เป็น
หนึ่งในศูนย์การค้าแนวใหม่ด้วยการวางคอนเซ็ปต์ศูนย์ไลฟ์สไตล์แอนด์เอ็น
เตอร์เทนเมนต์ (Life Style And Entertainment Center)
ที่นำเสนอเรื่องของนวัตกรรมใหม่ ที่อิงวิถีการดำเนินชีวิต (Life Style)
ของผู้บริโภคโดยเน้นการนำศิลปะและความบันเทิงเข้ามาผสมผสานกัน
(Artertainment)
ในรูปแบบของการดำเนินธุรกิจจนเกิดเป็นธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่
โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ลูกค้าอายุระหว่าง 15-35 ปี
มีรายได้ปานกลางถึงสูง
และยังเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจแนวทางการดำรงชีวิตแบบคนรุ่นใหม่
ไม่อยู่ในกรอบ สนใจเทรนด์ใหม่ๆ ชอบเทคโนโลยี และศิลปะ
โดยไม่อิงสินค้าแบรนด์เนมเป็นหลัก
ที่มา : Siam Future


เนื้อหาน่าสนใจมากค่ะ ได้ทำความรู้จัก community mall รูปแบบต่างๆ
ตอบลบเป็นแนวทางในการทำ ธุรกิจสำหรับคนสมัยใหม่เลยค่ะ
ตอบลบเป็นบทความที่ดีและมีประโยชน์มากค่ะ สามารถนำแนวทางความรู้ไปใช้ในการทำธุรกิจได้ค่ะ
ตอบลบเป็นธุรกิจที่น่าสนใจค่ะ ผู้ที่จะประกอบธุรกิจเฟรนไชส์สามารถมาลงทุนได้เพิ่มเติม ดีค่ะ
ตอบลบมีความหลากหลายในการทำธุรกิจค่ะ ครอบคลุมผู้บริโภคได้ทุกเพศทุกวัย น่าสนใจมากๆค่ะ
ตอบลบเป็นบทความที่ดีมากเลยครับ :)))
ตอบลบเป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะทำให้รู้จัก community mall มากยิ่งขึ้นค่ะ
ตอบลบเนื้อหาดีและน่าสนใจมากค่ะ
ตอบลบบทความนี้ดีมากเลยครับ ทำให้เรารู้จักประเภทของธุรกิจ good good : )
ตอบลบเนื้อหามีประโยชน์มากเลยค่ะ :)
ตอบลบเนื้อหาน่าสนใจมากคะ ทำให้ได้รู้จัก community mall :}
ตอบลบน่าสนใจครับ
ตอบลบเป็นความรู้เพิ่มเติมที่ดีมาก
ตอบลบ